ค่ำวันหนึ่ง ขณะที่อาจารย์เซนชีหลี่ กำลังนั่งสมาธิปฏิบัติธรรมอยู่ในอารามอันเงียบสงัด ปรากฏโจรผู้หนึ่งลอบเข้ามาในกุฏิ ทั้งยังใช้มีดยาวจ่อที่ลำคอของอาจารย์เซนพลางกล่าวว่า "ส่งเงินในตู้มาให้ข้าให้หมด ไม่งั้นข้าจะเอาชีวิตเจ้า"

อาจารย์เซนตอบกลับเรียบๆ ว่า "เงินอยู่ในลิ้นชักมิได้อยู่ในตู้ ท่านจงหยิบฉวยเอาเอง แต่อย่านำไปหมด เหลือเอาไว้บ้างเพื่อให้เราใช้ประทังชีพในวันพรุ่งนี้"

จอมโจรไม่คาดคิดว่าจะสามารถปล้นเงินได้อย่างง่ายดายถึงเพียงนี้ จึงกล่าวด้วยความลิงโลดว่า "ยังนับว่าเจ้าพอมีหัวคิดอยู่บ้าง เจ้าลาโล้น!"

มิคาด อาจารย์เซนกลับโพล่งขึ้นมาว่า "เอาเงินผู้อื่นไปมากมายขนาดนี้ ท่านควรกล่าวขอบใจสักคำหนึ่ง การที่ได้ชื่อว่าเป็นมนุษย์นั้น ไม่ควรละโมบโลภมากจนเกินไป แต่ควรหลงเหลือช่องว่างที่จะแบ่งปันให้ผู้อื่นบ้าง"

"ขอบใจ" จอมโจรกล่าวตัดรำคาญพลางหันกายหมายจากไป ทว่าในใจกลับเกิดความสับสน เพราะเป็นโจรมากว่า 10 ปีกลับเพิ่งเคยพบพานบุคคลเช่นอาจารย์เซนเป็นครั้งแรก หลังจากลังเลชั่วครู่ จึงตัดใจหยิบเงินส่วนหนึ่งโยนกลับเข้าไปในลิ้นชัก แล้วจึงจากไป

ภายหลังจากนั้นไม่นาน จอมโจรพลาดพลั้งถูกทางการจับกุมตัวได้ เมื่อฟังจากคำให้การ เจ้าหน้าที่ทางการจึงนำจอมโจรมาพบกับอาจารย์เซนชีหลี่ จากนั้นเจ้าหน้าที่ทางการจึงสอบถามอาจารย์เซนว่า "หลายวันก่อน โจรผู้นี้ได้เข้ามาปล้นเงินทองไปจากวัดของท่านไปใช่หรือไม่?"

อาจารย์เซนกลับตอบว่า "เขาไม่ได้ปล้น แต่เป็นเราที่มอบเงินทองให้เขาไปเอง ก่อนจากไปเขายังกล่าวขอบใจเราอีกด้วย"

เมื่อโจรผู้นั้นได้ฟัง ก็เห็นซึ้งถึงจิตเมตตาของอาจารย์เซนจนหลั่งน้ำตาออกมา จากนั้นจึงขอบวชเป็นศิษย์ของอาจารย์เซนชีหลี่ ซึ่งในตอนแรกอาจารย์เซนมิได้ตอบรับ กระทั่งโจรกลับใจผู้นั้นคุกเข้าขอร้องอยู่หน้าวัดเป็นเวลา 3 วัน 3 คืน อาจารย์เซนจึงตกลงใจรับเขาเป็นศิษย์ในที่สุด

เพื่อนๆ คิดออกไหมครับ ว่านิทานเซน เรื่องนี้สอนอะไร ?

ได้เวลาใช้หมอง... นั่งสมาธิ... ^_^

วิถีแห่งเซน